ภาคต่อจากกระทู้ที่ปลิวไปค่ะ

จากที่มีคนหลังไมค์มาขอให้เราเล่าต่อกันเยอะมาก คนอ่านค้างคา จขกท. ก็คาใจเหมือนกัน

ดีนะ ที่เราพิมพ์ใส่โน็ตไว้ เนื้อหาเลยยังอยู่ครบ แต่ขอเรียบเรียงใหม่ และตัดตอนผิดกฏออกนะคะ ใครอ่านแล้ว ข้ามไปอ่านตอนจบได้เลยค่ะ

ย้ำว่าอ่านเป็นอรรถรส งดดราม่าเนอะ
**************************************

กระทู้นี้คือการแชร์ประสบการณ์ แบบเล่าสู่กันฟัง เราจะเล่าแบบละเอียดเพื่อให้คนอ่านได้คิดคิดตามไปพร้อมกับเรา เผื่อจะมีใครบอกอะไรได้บ้าง ว่าสิ่งที่เกิดกับเรานั้น มันเป็นเพียงอุบัติเหตุทางร่างกาย หรือมาจากความรู้สึกของเรากันแน่
เรื่องมันก็นานมากแล้วล่ะค่ะ ประมาณ 6 ปีที่แล้ว แต่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยลืมได้เลยซักที คิดย้อนกลับไปเมื่อไหร่ ก็ถามตัวเองตลอดว่าเกิดอะไรขึ้น มันเกิดขึ้นได้ยังไง เพราะอะไร คิดเท่าไหร่ยิ้มก็สับสนไปหมด ประเด็นสำคัญก็คือ เราทั้งคู่ไม่ได้ดื่ม และไม่ได้เมาอะไรเลยค่ะ มีสติครบทุกอย่าง

เพื่อนคนนี้คือ เพื่อนที่เรียนโรงเรียนมัธยมมาด้วยกัน และเข้ามหาลัยที่เดียวกันค่ะ เราจะเรียกชื่อเพื่อนชายเราคนนี้ว่า “เอ็ม” ละกันนะคะ นามสมมุติ

ตอนจบ ม.6 พวกเราต้องเอนเข้ามหาลัย เพื่อนส่วนใหญ่ไปเรียน ม.เอกชน

แต่เอ็มสนใจ สอบเข้ามหาลัยรัฐบาลเหมือนกันกับเรา นางก็มีมาปรึกษาเราตลอด

พอมาอยู่มหาลัย เอ็มก็มีแฟน และต่างคนต่างเรียน นานๆจะได้คุยกันที…

——————————————

จนมาถึงวันเกิดเห็ตนั่นแหละค่ะ

*****+****+******+******+*****
ตอนที่เราเรียนอยู่ปีสอง

เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น กลางดึกของคืนนั้น

เวลาประมานสี่ทุ่มครึ่ง

เราโทรหาเอ็มค่ะ

เอ็ม : ฮัลโหล
เรา : มารับกูหน่อย
เอ็ม : ห๊า! ไรของเมิง
เรา : เออน่า รีบๆมานะ กูอยู่หอ มารับกูด่วนเลยนะ กูขอร้อง
เอ็ม : อยู่ไหนนะ
เรา : หอกู
เอ็ม : ให้รับไปไหน
เรา : กูขอไปนอนหอได้ป่ะคืนนี้ กูมีปัญหาว่ะ
เอ็ม : เอาจริงหรอ
เรา : อืม รีบมา เดี๋ยวค่อยคุยกัน
เอ็ม : เป็นไรวะ ทำไมต้องรีบ แล้วทำไมต้องมานอนห้องกูด้วย (อีนี่ขี้สงสัยอยู่แล้ว)
เรา : ฟังนะเอ็ม กูจะรอตรงสระว่ายน้ำนะ รีบมา ถึงแล้วโทรมาละกัน

พอเอ็มมาถึงเราก็รีบขึ้นรถ แล้วบอกให้มันรีบออกรถเลยค่ะ

นางก็มาแบบมึนๆ และพาเราไปแบบงงๆอ่ะค่ะ ทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามใส่เราตลอด

ระหว่างทางไปที่หอเอ็ม

เอ็ม : ให้มารับทำไม ทำไมต้องมานอนหอกู
เรา : ก็พรุ่งนี้กูกลับบ้าน ขึ้นรถเช้ามาก กูไม่มีคนไปส่งขึ้นรถ กูเลยจะให้เมิงไปส่งไง ละคิดว่านอนกะเมิงเลยนี่แหละ ง่ายดี ตื่นแล้วก็ไปเลย กูไม่กวนเมิงนานหรอก แค่คืนเดียว (แต่ในใจตอนนั้นคิดว่า ถ้าจะเล่าปัญหา ก็ค่อยเล่าตอนถึงห้องก่อนละกัน ตอนนี้ขี้เกียจพูดมาก)
เอ็ม : ….
เรา : ….

ก็ไม่พูดไรมาจนถึงหอเอ็มค่ะ เราไม่เคยไปหอมันที่นี่มาก่อนเลย เคยไปแต่หอเก่า นี่เป็นครั้งแรกที่เดินเข้าห้องนี้ บรรยากาศในห้องก็หอพักนักศึกษาทั่วไป ละก็สะอาดดี เพราะนิสัยเอ็ม นางเป็นผู้ชายค่อนข้างเนียบ เนียบแค่ไหนก็มีเครื่องซักผ้าอยู่ในห้องอ่ะค่ะ ตอนที่เห็นเครื่องซักผ้าเราก็ตกใจ มันต้องขนาดนั้นเลยหรอวะ จ้างซัก หรือหยอดเหรียญใต้หอไรงี้ไม่ได้หรอ แต่ก็ไม่ถามนะ เพราะตอนนั้นในใจเราเครียดมากจริงๆ คิดไรไปเรื่อย จนไม่อยากพูดไรมาก และเราก็นั่งลงที่เตียงค่ะ สถาณการณ์คือ ก็ไม่รู้จะทำอะไรอ่ะ ทีวีก็ไม่ได้เปิด ส่วนเอ็มนางก็เปิดคอมเล่นค่ะ นั่งดูนู้นนี่นั่นไปเรื่อยๆ ส่วนเราไม่รู้จะทำไรละ นอนสิคะ บอกว่าจะมานอนก็นอนเลยค่ะ นอนบนเตียงผู้ชายแบบไม่ซีอะไร

แต่ก็ไม่ได้คิดไรมากจริงๆนะ นี่ก็เพื่อน ตอนมัธยมยิ้มก็เคยนอนด้วยกันมาละ แต่ไม่ใช่แบบนี้นะ เล่าย้อนกลับไปคือ…ตอนมัธยมจะมีช่วงกีฬาสี อันนั้นยิ้มสนุกสุดในชีวิตช่วนนั้นแล้วหละ ได้เที่ยวเตร่กะเพื่อน แม่อนุญาติให้นอนบ้านเพื่อนได้ เพราะเราต้องทำขบวนรถแห่กีฬาสี กว่าจะเสร็จก็ดึก จะกลับบ้านก็อันตราย สรุปก็จบที่ เพื่อนๆได้รวมตัวกัน ล้อมวงดื่ม เฮฮา ปาตี้ ประสาเด็ก แล้วก็นอนรวมกันเป็นสิบคนเลยค่ะ

สถานการณ์ในห้องเอ็มตอนนั้น เรานอนไป ยิ้มก็นอนไม่หลับ คิดไรเยอะแยะไปหมด สับสน วุ่นวายมาก ชีวิต จะว่าเฮิร์ทก็เฮิร์ทนะ สติไม่อยู่กะเนื้อกะตัว ไม่รู้จะเอาไงต่อดี กับ “เรื่องที่เราหนีมา…”

เรากำลังหนีปัญหาจริงๆค่ะ เรื่องมันเป็นเพราะว่าเรามี ผช. คนนึงมาจีบ ผช. คนนี้ชอบเรามาตั้งแต่เราอยู่ปี 1 แล้ว แต่เราไม่รู้ตัว และไม่รู้จักด้วยว่าเค้าเป็นใคร จนเราขึ้นปี 2 ผช.คนนี้ก็จีบเราแบบจริงจังค่ะ ที่ไม่จีบเราตั้งแต่อยู่ปี 1 เพราะเค้ามีแฟนแล้ว แต่ตอนนี้เค้ามีปัญาหากับแฟนเค้ากำลังจะเลิกกับแฟน เลยมาจีบเรา เราเองก็
ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก เราดันเผลอใจไปชอบเค้ากลับ ทั้งๆที่เค้ายังเลิกกับแฟนยังไม่ขาด เรื่องมันบานปลายมาจนเราตัดสินใจจะจบทุกอย่าง และเป็นฝ่ายไปเอง แต่ ผช. คนนี้ดูแคร์เรามากนะ มาหาเรา มาทำดีกับเรา แบบที่ไม่สนใจความรู้สึกแฟนตัวเองเลย จนแฟนเค้ามาตามด่าเรา ด่าเสียหายสารพัด แต่ยิ้มก็สมควรโดนแล้วหล่ะ เราเองก็ทำไม่ถูก ไม่เช็คให้ชัวร์แต่แรกว่าเค้าเลิกกันจริงรึป่าว

จนถึงคืนนั้นก็มีเรื่องอีก เราขอตัดขาดกับ ผช. คนนั้น แต่เค้าไม่ยอม จะมาหาเราที่หอ จะตามมาง้อเราให้ได้ รู้ที่อยู่เราจากเพื่อนเรียบร้อยแล้ว เราไม่อยากมีปัญหาอีก ถ้าเค้ามาหาเรา แล้วถ้าแฟนเค้าตามมาอีกล่ะ และถ้าเค้าไม่หยุด แฟนเค้าก็ระรานเราอีก เราเลยตัดสินใจหนีค่ะ ไม่อยากเจอ ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น อยากตัดใจจากเค้า และอยากให้เค้าตัดใจจากเราด้วย ซึ้งเราเศร้ามากนะตอนนั้น

(ที่เลือกขอความช่วยเหลือจากเอ็ม มากกว่าจะไปหาเพื่อนสนิทคนอื่นๆในมหาลัย เพราะ ผช. คนนั้น ไม่รู้จักกับเอ็มค่ะ เค้าตามหาเราไม่เจอแน่นอน)

และบรรยากาศในห้องเอ็มตอนนั้นคือ อยู่กับแบบเงียบๆ เอ็มก็ไม่ได้ถามไรเราอีก เราก็ไม่ได้เล่าให้เอ็มฟังว่าเกิดอะไรขึ้น มีแต่นอนคิดนั่นนี่ไปคนเดียว

จนถึงตี 1 เราก็พยามขมตานอนแล้วนะ แต่มันก็คิดมากจนนอนไม่หลับอีกอยู่ดี เอ็มก็ปิดไฟแล้ว เหลือแต่ไฟหน้าจอคอม สลัวๆ เอ็มยังนั่งอยู่หน้าคอมเหมือนเดิมค่ะ เหมือนว่าจะเปิดดูบอล เราก็ไม่ได้หันไปมองนะ กำลังกล่อมตัวเองให้หลับอยู่ เสียงบอลจบไป และก็มีเสียงเม้าคลิกเล่นอย่างอื่นไปเรื่อยๆ ผ่านมาจนถึงตี 2 เอ็มก็ยังไม่มานอน เราก็เริ่มคิดละ ว่ายิ้มมันคงไม่อยากมานอนกะเรามั้ง คงกลัวจะดูไม่ดีมั้ง แฟนนางก็มีแล้ว (แฟนนางเป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบไปก่อนแล้ว) อีกอย่างเราโตกันแล้วนิ ไม่ได้เหมือนสมัยมัธยมซะหน่อย

ตอนนี้ความรู้สึกผิดก็มาาา ยิ้มเรามารบกวนคนอื่นชัดๆ จนเจ้าของห้องเค้าไม่ได้นอน จะเรียกมันมานอนก็จะหาว่าอยากนอนกะมัน (คือตูเดือนร้อนจริงๆไม่งั้นไม่มาหรอก) เอาวะ ชิ่งหลับก่อนเลยดีกว่า มันไม่นอนก็ช่างยิ้มมัน คืนนี้คงนั่งหน้าตอมถึงเช้าอ่ะดูแล้ว (เพราะบางทีเราเองก็เป็น บางวันยิ้มเล่นคอมเพลินจนเช้าได้)

นอนเงียบๆไปซักพัก เราได้ยินเสียงคอมชาร์ทดาวค่ะ เราก็คิดในใจ เห้ย!! สรุปจะมานอนแล้วสินะ

หลับๆๆๆ ห้ามให้มันรู้เด็ดขาดว่าเรานอนไม่หลับ ขี้เกียจคุยกะมัน

ในใจเรา คือ “ตูรู้ตัวแล้วววว ตูมารบกวนเมิงจนเมิงไม่กล้านอนช่ายม้ายยยย เมิงคงรอตูหลับก่อนล่ะสิ เมิงถึงจะแอบบมานอน”

ในห้องที่เงียบ และไฟก็มึดลงอีกระดับนึงแล้ว เพราะไม่มีแสงจากจอคอม แต่แสงจากข้างนอกก็พอทำให้มองเห็นอะไรๆบ้าง เรานอนเว้นที่ให้เอ็ม และหันหลังให้ค่ะ เรานอนนิ่งเงียบอยู่แบบนั้น และเอ็มก็ขึ้นเตียงมาจากทางปลายเตียง เรานอนหลับตาอยู่ในผ้าห่มและฟังแต่เสียงเท่านั้น ไม่ได้หันไปมอง

พอเอ็มมาถึงบนเตียงปุ๊บ นางเหมือนจะดึงผ้าห่มจากเราค่ะ เราก็โอเค ต้องห่มผืนเดียวกันสินะ เพราะผ่าห่มมันมีอันเดียวนิ

พอเอ็มแทรงตัวเข้ามาในผ้าห่มได้แล้ว

เอ็มก็เอนตัวลงนอน พร้อมเอามือมาโอบเอวเราด้วย

หัวใจเต้นแรง มาก!!!

แต่ต้องแกล้งหลับ ทำเหมือนว่าตัวเองเป็นหมอนข้างให้มัน

บอกกับตัวเองด้วยว่า ห้ามดิ้น ห้ามดิ้นเด็ดขาด ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดไรขึ้นอีก ให้มันคิดว่าเราหลับอ่ะแหละ ดีแล้ว
————-

ในห้องเงียบๆ มืดๆ

แต่ใจเราเต้นหนักมาก

ตอนนั้นก็คิดว่า นิ่ง สงบ สยบความเคลื่อนไหวได้

***แต่ไม่เลย***

…เอ็มกอดเราแน่นกว่าเดิม…

เราก็พยามตั้งสติ และคิดว่าคงเป็นเหมือนตอนมัธยมมั้ง ที่มันคิดว่าเราคือหมอนข้าง ยิ้ม กอด ก่าย ไม่เคยมีความเกรงใจ

แต่ก็มีคำถามก็เกิดขึ้นมาในหัว……

ที่เราไม่ขัดขืน เพราะเราชอบให้มันกอดใช่มั้ย?

–เราสองคน ชอบกันบ้างรึป่าว………?

–ที่ไม่ยอมขึ้นมานอนตั้งแต่แรก เอ็มคิดไรอยู่?

–หรือเพราะว่ากลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวหรอ?

อะไรในใจมากมาย แต่ร่างกายก็ยังนิ่งอยู่นะ

จนเอ็มกอดเราแน่นมากขึ้น และขยับตัวเข้ามาชิดเราเรื่อยๆ

ต้องยอมตื่นแล้วสิ!

เราทำเป็นรู้สึกตัวแล้ว และจับมือเอ็มไว้ แบบที่ยอมให้เอ็มกอดเราไว้แบบนั้น

เกิดคำถาม ถามตัวเองอีกแล้ว ทำไมเรายอม!?

อีกใจก็ตอบตัวเองว่า “แค่กอดและหลับไปด้วยกัน มันคือความรู้สึกดีๆนะ”

ตอนนั้นเราก็ไม่ได้หันหน้ามาค่ะ ปล่อยให้เอ็มกอดเราจากข้างหลังแบบนั้น

คิดว่าจะจบแค่นั้น

ทุกอยากเกือบจะดีแล้ว……,,,….

ญ-ช นอนจับมือกันเหมือในละคร

แต่… ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร อ่ะนะ

มือเอ็มอยู่บนหน้าอกเราแบบไม่ทันตั้งตัว

เราตกใจ หันกลับไปหาเอ็ม
เรา : อย่า!! พอเหอะ
เอ็ม : …… (เอ็มไม่หยุด แถมจูบเราต่อ)
เรา ::::::;: รู้ตัวอีกทีก็จูบกลับไปแล้ว
เห้อ!! ยอมมันอีกแล้ว เป็นบ้าอะไรของเรานะ เผลอใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
รู้สึกตัวอีกที ก็เลยตามเลย จนถอนตัวไม่ทันแล้ว

เอ็มทำสำเร็จ

แต่หลังจานนี้ละ…. มันจะเป็นไงต่อไป

ตอนนั้นเราก็คิดเหมือนกันนะ อยากรู้ สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น มันคืออะไร แต่ไม่อยากถาม ตอนนั้นเรามีเรื่องในหัวเยอะมาก

ทั้งเรื่องที่เครียดมา กับเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้

นี่ใช่มะ ที่เรียกว่า . . หนีเสือปะจระเข้ T^T

หลังจากที่ตกเป็นของเพื่อนตัวเองไปแล้วเมื่อกี้

เอ็มก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ

ส่วนเรากำลังนั่งด่าตัวเองในใจ ทำไมยอม ทำไมปล่อยตัวปล่อยใจไปขนาดนี้ ทำไมเอ็มต้องอยากมีไรกับเรา เมื่อกี้มันเกิดจากอะไรกันแน่ ทำไมๆๆๆ เต็มหัวไปหมด

เราแบบ ไม่กล้ามองหน้าเอ็มเลยตอนนี้ ไม่รู้จะต้องทำหน้ายังไง ไม่รู้จะคุยอะไรต่อ

แล้วเสียงกลอนห้องน้ำก็เปิดออกพอดี

เรารีบล้มตัวนอน กลับไปนอนหันหลังให้เอ็มท่าเดิม ไม่ยอมสบตาเอ็ม

คิดอะไรคนเดียวเยอะมากกก

เอ็มมีแฟนแล้ว มันนอกใจแฟนมานอนกับเราหรอ

หรือมันจะเข้าใจว่าที่เรามา เพราะเราอยากนอนกับมัน….
ใช่! ต้องใช่แน่ๆ

บอกมันว่าขอนอนด้วย แต่ยังไม่ได้อธิบายเห็ตผลกะมันเลย ว่าจำเป็นต้องหนีมาเพราะอะไร

เห้ย!!!! ผู้ชายมันจะคิดว่า ผู้หญิงมาอ่อยถึงห้องแล้ว ไม่เอาได้ไง ไรวี้ป่ะวะ?!

เชี้ยแล้ว ตูพลาดหนักมาก!!!!!!!!!!

อยู่ๆก็โดน Fun free

แต่ไม่เป็นไร ท่องไว้ เราสตรอง เราต้องเป็นผู้หญิงแฟร์ๆ ไม่แคร์ ไม่ซี
เริ่ด เชิด ไว้ดิ สใตล์เรา

อีกอย่าง อย่าทำให้มันคิดว่าเราอยากได้มัน เราต้องไม่หันกลับไป ไม่เรียกร้อง ต้องไม่ถามอะไร

ถึงแม่จะรู้สึกขนาดไหน ก็ช่างยิ้มเหอะ

เรานอนหันหลังนิ่งอยู่แบบนั้น

เอ็มก็กลับขึ้นเตียงมาค่ะ

เดจาวู กลับมานอนชิดกับหลังเราอีกแล้ว •.•

เราก็ยังนอนหันหลังให้เอ็มอยู่

ตอนนั้นคิดว่า มันคือความเข้าใจผิด มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ มันเป็นอุบัติเหตุ เอ็มมันก็คงไม่ใส่ใจไรมากหรอก

อารมณ์เรามันจมดิ่งมาก ไว้อาลัยให้กับความงี่เง่าของตัวเอง ที่คิดไรตื้นไปหน่อย มันเลยเข้าใจผิดกันไปหมด

ถ้าเอ็มจะเมิน จะมองเราไร้ค่า ก็ไม่แปลก

———–

—////

แต่แล้วทำไม มันไม่ได้เป็บแบบที่คิดไว้

เอ็มกลับมากอด แล้วดึงเราให้หันไป จนเรานอนหันหน้าเข้ากัน

เอ็มมองเรา เราก็เลยทำใจดีสู้เสือ ไม่ได้หลบตา หรือหันหนีอะไร

เอ็มก้มลงมาหอมแก้มเรา แบบหอมแล้ว หอมอีก

:::เห้ย นี่มันคิดไรอยู่วะ สรุปมันคิดยังไงกะเรากันแน่::::

แล้วเอ็มก็เอาแขนวางลงให้เราหนุน พร้อมกับโอบเรา ลูบแขน ลูบหัวเรา

ก่อนจะหลับ ก็จูบที่หน้าผากเราด้วย และเราก็กอดกันแบบนั้นทั้งคืน
:::มันยากนะ ที่เราจะบอกว่าไม่ได้รู้สึกดีกับสิ่งที่เอ็มทำ::::

มันเป็นสัมผัสที่ยิ้ม ไม่ต้องพูดอะไรกันซักคำ แต่มันทำให้เรารู้สึกผิดน้อยลงได้

สบายใจขึ้น และทำให้เรายังมีความเป็นเพื่อน…เพื่อนที่เราให้ความรู้สึกดีกับมันมาจนถึงทุกวันนี้

ถ้าเราจะบอกว่า มันคือ One night stand ที่เรารู้สึกผิด ไปพร้อมๆกับรู้สึกดีอ่ะ

เรามันแย่มากมั้ย…ที่รู้สึกแบบนี้!!!!!!!!!!!!!!!!!?

สำหรับ One night stand มันจบแค่คืนเดียวจริงๆค่ะ

หลายคนคิดว่าจะต้องมีครั้งที่ 2 3 4 อีกแน่นอน เรายืนยันว่าไม่มี

หลายคนลุ้นให้คบกัน มันมีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้เราคบกันไม่ได้

ความรู้สึกแบบเกินเพื่อนมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนเราอยู่มัธยมแล้ว (เดี๋ยวเอามาให้อ่านในโพสถัดไปนะ)

แต่กระทู้นี้ เราแชร์ความรู้สึกเกินเพื่อนที่มัน+ชัดเจน+

ถ้าเป็นความรรัก เราคงรักเพื่อนคนนี้แค่คืนเดียว และก็รักมากด้วย

ระหว่างเรากับเอ็มที่บอกว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่มัธยม คือ เอ็มย้ายเข้ามาเรียนตอน ม.ปลาย

เอ็มเป็นเพื่อนของเพื่อนในกลุ่มเรา

และเราก็เลยมาเป็นเพื่อนอีกที

ตอนนั้นก็มีความรู้สึกแปลกๆบ้างเหมือนกัน

จำได้ว่าช่วงนั้น เป็นช่วงกีฬาสี พวกเราก็จะต้องแต่งขบวนรถแห่ วันเปิดกีฬา

แต่งรถขบวนกันจนดึก เราก็ต้องขอพ่อ-แม่ มานอนบ้านเพื่อน เพราะจะกลับดึกๆก็อันตราย

ทำขบวนไป ดึกๆ ก็สงสรรค์กันไป

วันนั้น ที่พวกเราล้อมวงดื่มกัน

บังเอิน(รึป่าว) จำไม่ได้ ที่เรานั่งข้างเอ็ม
ไม่รู้ใครชวนใครก่อน ถึงมานั่งข้างกันได้ ทั้งที่ก็ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้นป่ะวะ!!?

เอาหล่ะ พอกึ่มๆแล้วยิ้มก็สนิทกันเองเฉยเลย แล้วสนิทอะไรเบอนั้น…….

เอ็มที่นั่งข้างเรา และเหมือนจะหันหน้าเบนมาทางเรา แล้วเอามือจับที่เข่าเราไว้ จับแบบไม่ปล่อยเลย เหมือนเอามือวางบนตักเราไว้ตลอดเวลา

ตอนนั้นยอมรับว่าเริ่มหวั่นๆ (มันคิดไรกะตูป่าวน้า) แต่ก็ตัดบท และคิดไปว่าเพื่อนกัน มันก็ต้องแสดงความเป็นเพื่อนบ้าง ไม่มีไรหรอก

เก็บมาคิดมากนี่คือระ?

ยอมรับว่ายิ่งมองตาก็ยิ่งหวั่นไหว ตาเอ็ม คมโต ขนตายาว ::::::: ชอบตามันได้ แต่อย่าชอบม๊านนนน!!!!! (บอกตัวเอง)

ยิ้ม ยิ่งคิด ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะเพื่อนสนิทเอ็มตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ก็คือ แฟนเก่าเราเองอ่ะ

และเราจะชอบเพื่อน ที่แถมมันก็ยังเป็นเพื่อนของแฟนเก่าอีก โอ๊ย….ไม่ได้ๆๆๆๆ

อย่าคิดมากดิ มันมีแฟนที่กรุงเทพแล้วนิ

เห็ตผลมันมากพอมั้ย ที่จะทำให้ไม่คิดไปไกล

จบแค่นั้นค่ะ ความรู้สึกตอนนั้น—–////

สนุกกันพอแล้ว ดื่มไปมากแล้ว สมควรแก่เวลานอนค่ะ

เราปูผ้านอนกันกลางบ้านเพื่อน มีพวกเรานอนรวมกันเป็น 10 คนเลย

จำได้ว่าทุกคนนอนกันหมดแล้ว เอ็มนอนตรงกลางๆ ส่วนเราไปเข้าห้องน้ำ กลับมาทุกคนนอนกันหมดแล้ว เราเลยได้นอนริมสุด

พอเราล้มหัวลงนอนปุ๊บ นังเอ็มลุกขึ้นเลยจ้า เลื่อนตัวมาขอนอนด้วย ตอนนั้นเราก็ขำๆ เพราะคิดว่ามันมาพึ่งใบบุญ เพราะไม่อยากนอนข้างอีพวกตุ๊ด

เรา : มาทำไม
เอ็ม : อยากนอนตรงนี้
เรา : …..!!!?!”””
เอ็ม : นอนด้วยดิ

อ่ะนอนก็นอน เราเมามากแล้วเหมือนกัน ง่วงมากละด้วย

มาขอนอนข้างเราไม่พอ เอาขาก่าย เอามือกอด ((นี่ตูคือหมอนข้างเมิงหรอออออ))

เพราะความเมา ก็เลยยังไม่ทันได้พูดไร

มันพูดก่อนเลยวา

เอ็ม : ขอก่ายตัวหน่อยนะ เป็นคนติดหมอนข้างอ่ะ

เรา : ?!?.&))&”?
(เอาที่สบายใจเลย ขี้เกียจต่อความยาว เพราะง่วงมากกก)
:: zzZ

เช้าแล้ว…..
เราตื่นมา คือ เรานอนหงาย ละเอ็มอยู่ในท่าเดิม เพิ่มเติมคือใกล้กว่าเดิมอีก หน้านี่แทบจะชิดกันอยู่แล้ว (นางเอาหน้ามาซุกตรงผมเราเลยค่ะ)

วันหลังแนะนำ พวกหมอนข้างติดตัวนะอีเอ็ม ถ้าจะขนาดนี้!

พอสร่างเมาแล้วก็เริ่มคิดอีกแล้วววว
คิดอะไรเต็มหัวไปหมด
:;;;;ร้องไห้(
เอ็มมันคิดอะไรของมันอยู่นะ?
เอ็มมันตั้งใจ หรือเมาวะ?
มันจะจำได้มั้ย? (แต่ตูเนี้ยจำแม่น)
ทำไมเรายอมมันแบบนั้นนะ!!??

โอ๊ยยยคิดไรเยอะแยะ เพื่อนคือเพื่อน

เพราะ มัน เป็น ไป ไม่ ได้ ! ! ! !

หลายคนบอกว่าสงสารแฟนเอ็ม แต่แฟนเอ็มเค้าไม่ได้มารับรู้เรื่องไม่ดีพวกนี้เลย ความโชคดีของคนไม่รู้ คือไม่รู้สึกอะไร

จะมีก็แต่นรกในใจของคนสองคน

เรากับแฟนเอ็ม เราไม่รู้จักกันเลย หน้าตาเป็นไงก็ไม่รู้ เพราะไม่เคยเจอเลยซักครั้ง รู้แต่ว่ามันมีแฟน ก็แค่นั้น

คนที่ด่าว่าเราสร้างความร้าวฉาน เราไม่คิดจะแย่งแฟนเค้าเลย ถ้าเราจะแย้งจริงๆ เรื่องนี้คงไม่จบแบบนี้

ว่าเรา แรด ร่าน คัน แพศยา เราเข้าใจ และย้อมรับผิด

เราเขียนตามความจริงทุกอย่าง เราผิดที่ไปนอนห้อง ผช แต่เราไม่ได้คันแล้วถึงไป ไม่คิดจะมีไรกับเพื่อน มันคือสิ่งที่ไม่คาดคิด เป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด อย่ามโนไปอย่างอื่นเลย

ถ้าคัน ก็ไปนอนกะใครก็ได้ที่ไม่ใช่เพื่อนไม่ดีกว่าหรอ… นอนกะไอ้คนที่ตามจีบเราดีกว่ามั้ย… คิดถึงความรู้สึก ผญ ข้อนี่บ้าง เพราะไว้ใจ เราถึงเลือกไปหา แต่เราผิดที่ไม่ระวังตัว และคิดน้อยไปหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้

เอาไว้เตือนสติคนอื่น ว่า ญ-ช อาจจบแบบนี้ก็ได้ ถ้าเลี่ยงได้ให้เลี่ยง ถ้าไม่อยากให้เกิด

เราผ่านมันมาแล้ว และมันจะเป็นครั้งเดียวในชีวิต

—-เราตั้งใจเขียนเรื่องนี้ให้คนอ่านสนุกๆแค่นั้น มันผ่านมานานมากแล้ว ไม่ดราม่านะคะคนดี—-

TT

คนที่ไม่โอเคกับเรื่องนี้ คือ เพราะเอ็มมีแฟนแล้ว

แต่เราถามหน่อย ถ้าเราอยู่ที่หอเรา ไม่หนี รอให้คนที่มาจีบเรา แต่มีแฟนแล้ว มาง้อ
มันดูดีกว่ากันตรงไหน คนนั้นเค้าก็มีแฟนแล้วเหมือนกัน

เรามีปัญหา เราเดือดร้อน เราขอความช่วยเหลือจากเพื่อน เพราะเพื่อนก็คือเพื่อน เพราะเพื่อนจากโรงเรียนเดียวกันที่เราสนิทก็มีเอ็มคนเดียว มีแฟนต้องห้ามเป็นเพื่อนกันหรอ

เรารู้ว่าคำว่าเพื่อนควรจะมีลิมิต ไม่ควรไปนอน แต่สถานการณ์มันบังคับ ถ้ามีรถกลับบ้านตั้งแต่คอนนั้นเรากลับแล้วล่ะค่ะ แต่นี่มันดึกแล้ว
รถออกอีกที่ก็หกโมงเช้า ตีห้าก็ต้องออกจากหอแล้ว ถ้าอยากกลับจริงๆก็ต้องรีบไป ไม่งั้นก็คงไม่ทันขึ้นรถ หรือปัญหามันอาจจะเกิดขึ้นก่อน เราพยามหนีมันแล้ว ตอนนั้นเราอยากกลับให้เร็วที่สุด มันคงยากที่คนอื่นจะเข้าใจมั้งคะ เรื่องแบบนี้ คนที่ด่า คนที่ไม่โอเคกับเรื่องนี้ ซักวันถ้าเจอบ้าง หวังว่าคงจะเข้าใจนะ

พอได้มาอ่านคอมเม้นหลังๆนี่เริ่มไปกันใหญ่แล้ว

…อ่านเป็นอรรถรส งดดราม่าตามสัญญานะคะ…

ชีวิตเรามีเรื่องจริง ยิ่งกว่าละคร ที่ทั้ง zap ทั้ง sad กว่านี้อีกเยอะ จากที่อยากแชร์ อยากเล่า อยากเม้ามอย ก็เริ่มลังเลแล้ว

เห็นคนคอมเม้นว่าตั้งกระทู้นี้เพื่อ,…,?
เราก็อยากถามเหมือนกันว่าไม่ชอบแล้วเข้ามาอ่าน เพื่อ…?!!

จุดประสงค์ของกระทู้นี้คือ อยากบอกว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง

บางเรื่องแย่ๆ อาจมาพร้อมกับโมเม้นดีๆ
บางเรื่องดีๆ อาจเกิดขึ้นหลังความรู้สึกแย่ๆ

ก็นี่แหละ ชิวิต!!